แนะ สตรี “7 ไม่” หนีภัยยาเสียสาว

เลขาฯ อย. แนะสตรีถือปฏิบัติ “7 ไม่” ขณะเที่ยวสถานบันเทิง หรือตามงานเลี้ยงต่างๆ เพื่อเอาตัวรอดจากยาเสียสาวที่ระบาดหนัก เตือนอันตรายอาจทำให้ถึงตายได้

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าว ว่า ตามที่มีข่าวการจับยาเสียสาว “จีเอชบี” ที่กำลังแพร่ระบาดในสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ ข้อเท็จจริงคือ จีเอชบี (GHB หรือ Gammahydroxybutyrate) ในยุโรปรู้จักกันในชื่อ Gamma-OH ในอเมริกาเรียกว่า GHB ไม่มีการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ ในอดีตในต่างประเทศมีการใช้ จัดอยู่ในกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ทางการแพทย์ใช้เป็นยาสลบ ยานอนหลับ ยารักษาภาวะง่วงหลับ ใช้สำหรับช่วยในการคลอด ตลอดจนใช้รักษาผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง

นอกจากนี้ยังพบว่า ได้มีการนำไปใช้เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เนื่องจากมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนเกี่ยวกับการเจริญเติบโต (growth  hormone) และกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนของร่างกาย ภายหลังการใช้ยานี้แล้วทำให้ผู้ใช้มีความรู้สึกสบาย เกิดภาวะคล้ายผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ จึงทำให้มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด

“จากข้อมูลการใช้ยาในทางที่ผิด ในต่างประเทศพบว่า มีการนำจีเอชบีมาใช้ทดแทนยาอี หรือเอ็กซ์ตาซี เนื่องจากมีฤทธิ์ที่คล้ายคลึงกัน อาการอันไม่พึงประสงค์ ได้แก่ อาการง่วงนอน มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน เคลื่อนไหวลำบาก แต่ในขนาดยาที่สูงมากอาจทำให้เกิดการกดการทำงานของหัวใจ กดการหายใจ ชักและหมดสติ การใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น ใช้ในขนาดที่สูงมาก หรือใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์และยากดประสาทชนิดอื่นๆ จะทำให้เกิดการชัก หมดสติ ถึงเสียชีวิตได้” นพ.บุญชัยกล่าว

เลขาธิการ อย.กล่าวว่า จากการนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยการนำไปมอมสาวเพื่อล่วงละเมิดทางเพศ อย.จึงได้ประกาศกำหนดให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 1 ห้ามใช้ทุกกรณี รวมทั้งในทางการแพทย์ ผู้ผลิต ผู้ขาย นำเข้า หรือส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท ผู้เสพต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท ขณะนี้ อย.เวียนแจ้งขอความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และกรมศุลกากรในการเฝ้าระวังแล้ว

เลขาธิการ อย.กล่าวว่า เนื่องจากจีเอชบีไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สามารถสังเกตหรือดมได้ ดังนั้น จึงขอเตือนให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะหญิงสาวที่ไปเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ โดยยึดหลัก 7 ไม่ คือ 1. ไม่ไปร่วมงานคนเดียว ควรมีเพื่อนที่ไว้ใจได้ไปด้วย 2. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หากต้องดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้ดื่มพอประมาณ เพื่อให้มีสติอยู่ตลอดเวลา 3. ไม่รับเครื่องดื่มจากคนที่เราไม่รู้จักดีหรือไม่สามารถเชื่อใจได้ 4. ไม่ดื่มอย่างรวดเร็ว เพราะหากเครื่องดื่มถูกใส่ยาลงไปจะได้มีเวลาที่จะระวังตัวได้ทัน 5. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแก้วเดียวกับผู้อื่น 6. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่อยู่ในภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น อ่างใส่พั้นช์ เพราะง่ายต่อการถูกใส่ยาหรืออาจถูกใส่ยาไปแล้ว และ 7. ไม่ควรละสายตาจาก เครื่องดื่มของตน หากต้องเข้าห้องน้ำหรือออกไปเต้นรำ กลับมาแล้วควรเปลี่ยนแก้วใหม่ทันที

“ควรสังเกตภาชนะบรรจุว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยเจาะหรือรอยปิดด้วยเทป หรือผ่านการเปิดฝามาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลม และเมื่อดื่มเครื่องดื่มแล้วพบว่า รสหรือกลิ่นของเครื่องดื่มเปลี่ยนไป ควรหลีกเลี่ยงการดื่มต่อ และเมื่อดื่มแล้วมีอาการแปลกๆ หรือรู้สึกเมาหลังจากดื่มไปได้เพียงเล็กน้อย ให้รีบขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ไว้ใจ ปฏิเสธความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า เพราะอาจจะเป็นคนที่ลอบวางยาได้” นพ.บุญชัยกล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


Posted by on 02/05/2013. Filed under ข่าวเกาะกระแสประเด็นเด่น. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response or trackback to this entry
?>